11
Oct

LED หลอดไฟบ้านแห่งอนาคต

หลอดไฟ LED เป็นหลอดไฟที่มีการรณรงค์ให้ใช้ในครัวเรือนในปัจจุบันกันมาก และต้องการให้เป็นหลอดไฟที่ใช้ในอาคารเป็นหลัก เนื่องจากหลอด LED เป็นหลอดไฟประหยัดพลังงานมากที่สุดในท้องตลาด เมื่อเทียบกับหลอดไฟชนิดอื่น หลอด LED จะประหยัดไฟฟ้า และยังมีข้อดีอื่นๆอีกมาก มีอะไรบ้าง มาดูกันครับ

1. LED ปล่อยความร้อนน้อยกว่าหลอดไฟแบบอื่น

หนึ่งสิ่งที่ LED ช่วยคุณประหยัดไฟ เพราะ LED มีความร้อนน้อยกว่าหลอดไฟนีออน หรือหลอดฟูลออเรสเซ็นต์ปกติที่ใช้ตามบ้าน เพราะความร้อนจากหลอดไฟ LED ไม่ส่งผลมากกับอุณหภูมิของห้อง ทำให้บ้านที่มีการใช้เครื่องปรับอากาศจะเย็นง่ายกว่าบ้านที่ใช้หลอดไฟแบบอื่น

2. LED ทนต่อการสั่นสะเทือนมากกว่า

หลอดไฟประเภท LED เหมาะสำหรับติดในรถยนต์, ลิฟต์ที่ติดตั้งในอาคาร จะติดไฟประเภท LED เพราะมีอาการสั่นและเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา หลอดแบบ LED จะช่วยลดโอกาสการเสียของหลอดไฟได้มากขึ้น

3. แสงจากหลอดไฟ LED ไม่กระพริบ

หลอดไฟฟูออเรสเซ้นต์แบบเดิมนั้นจะมีการกระพริบของแสงที่ความถี่ของการกระพริบ 50 Hz. และเวลาเปิดไฟ หลอดไฟจะมีการสปาร์กกันก่อนที่ไฟจะติด แต่กับ LED จะไม่มีในส่วนนี้ หลอด LED สามารถติดได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น หลอด LED ยังสามารถเปิด-ปิดได้ถี่และบ่อยโดยที่หลอดไม่เสียง่าย เมื่อเทียบกับหลอดไฟฟูออเรสเซนต์หรือนีออนแบบอื่น ซึ่งเปิด-ปิดบ่อยๆ หลอดไฟจะขาด และใช้งานไม่ได้ ส่งผลให้หลอด LED มีอายุการใช้งานที่นานกว่า

4. ไม่มีแสง UV

ในหลอดแบบฟูลออเรสเซ็นต์ หากเราใช้ในงานโชว์สินค้าเป็นไฟเพื่อส่องความสว่างให้สินค้าจะพบว่าเมื่อใช้ไปนานๆ สีของสินค้าจะค่อยๆจางหรือเปลี่ยนไป เช่น รถยนต์ หนังสือ พลาสติก นั่นแปลว่า ในหลอดไฟฟูลออเรสเซ็นต์ปล่อยรังสี UV ออกมาพร้อมกับแสง แต่สำหรับหลอดไฟ LED นั้นจะปราศจากรังสี UV

5. ประสิทธิภาพของแสงที่เหมาะสมกับรูปแบบโคม

หลอดไฟแบบฟูออเรสเซนต์จะปล่อยแสงกระจายไปทั่วทิศทาง ในขณะที่ LED จะรวมแสงตรงไปในทิศทางเดียว โดยแสงไม่กระจาย ทำให้สามารถออกแบบตัวหลอดให้เหมาะสมกับโคม และไม่ปล่อยแสงไปในทิศทางที่ไม่ต้องการได้ ทำให้เกิดการประหยัดไฟฟ้า

ปัจจุบันมีการพัฒนาหลอดไฟแบบ LED สูงขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องโดยคาดหวังว่าในอนาคตจะเป็นหลอดไฟที่ทั่วโลกใช้กันมากที่สุด ฉะนั้นบ้านไหนที่ยังใช้หลอดไฟชนิดอื่นอยู่ รู้แบบนี้แล้วลองหันมาเปลี่ยนเป็นหลอดแบบ LED ดูบ้างนะครับ